เว็บคาสิโน การท่าเรือ 0-3 ทรู แบงค็อก

เว็บคาสิโน

เกมคุณภาพที่สนามแพท สเตเดียม ของสองทีมหัวตาราง ที่สร้างโอกาสยิงรวมกันไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง ก่อนที่จะเป็นทีมเยือนมาบุกมาปักธงชัยได้
ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน
#1 นาวาอากาศโท ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน (ตำนานนักฟุตบอลทีมชาติไทย, โตโยต้า ฟุตบอล แอมบาสเดอร์)
“การท่าเรือ ดูเหมือนจะแพ้ทาง ทรู แบงค็อกฯ ไปซะทุกครั้งแล้ว แม้ฤดูกาลนี้จะเสริมผู้เล่นฝีเท้าดีเข้ามาหลายราย และออกสตาร์ทฤดูกาลที่ได้สวยหรู แต่พอเจอบทจะสะดุดก็สะดุดไปติดต่อกัน 2 เกมแล้ว

เว็บคาสิโน แมตช์นี้ บียู เริ่มเกมได้ดีกว่า ทั้งการได้ประตูนำเร็ว รวมถึงการควบเกมแดนกลาง ขณะที่ การท่าเรือ พอเสียเร็วก็เหมือนตั้งตัวไม่ติดเลย จุดนี้ชัดเจนว่า แนวรับพวกเขามีปัญหา ปล่อยให้คู่แข่งได้มีโอกาสมาป่วนเปี้ยน เล่นหน้าปากประตูบ่อย จนเสียประตู

ขณะที่แดนกลางต่อเกมกันไม่ได้เลย ต้องเปลี่ยนขึ้นเกมทางริมเส้นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเหมือนเไปข้าทางบียู ที่น่าจะเตรียมการบ้านมาปิดพื้นที่ตรงนี้ และรับมือได้ดี

แม้ครึ่งหลัง เจ้าบ้าน จะพยายามทวงประตูคืน แต่ต้องชมแผงรับบียูทุกคน รวมถึงผู้รักษาประตูที่เหนียวแน่น แม้สกอร์จะดูออกมาห่างไปถึง 0-3 แต่ก็เป็นอีกแมตช์ทีทั้งสู้กันได้ด้วยดี แบบไม่มีใครยอมใคร”

ชยันธร ใจมูล
#2 ชยันธร ใจมูล (คอลัมนิสต์ฟุตบอล โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย)
“เป็นเกมที่แสดงให้เห็นความต่างระหว่าง “ทีมจอมบุก” ที่อยู่ทรงนี้มาหลายปีอย่าง “บียู” กับ “ทีมหัดบุก” อย่าง “ท่าเรือฯ” ที่พยายามยกระดับตัวเองขึ้นมาในฤดูกาลนี้จากเม็ดเงินที่ลงทุนไป

สิ่งที่เห็นคือ บียู ดูจะเล่นตามธรรมาชาติของพวกเขา ในแต่ละประตูที่ได้มาหาศัยจังหวะที่ท่าเรือดันสูงสวนกลับจังๆเน้นๆอยู่หลายครั้ง อย่างไรก็ตามความเฉียบขาดคือจุดสร้างความแตกต่างที่ทำให้ แบงค็อก ได้ถึง 3 ประตู

ขณะที่ ท่าเรือฯ แม้จะได้ยิงถึง 19 ครั้งแต่หลากหลายจังหวะเป็นการยิงแบบจวนตัวขาดๆเกินๆ ครั้นจะได้ยิงเน้นๆก็ยังเจอ อันเดรส ฟัลเคสการ์ด ซูเปอร์เซฟออกไปได้อีก จนทำให้เกมนี้จบลงด้วยสกอร์ที่ดูจะมากเกินความเป็นจริง

เกมนี้สอนให้ ท่าเรือฯ รู้ว่าพวกเขายังไม่ได้มีคุณภาพทีมอยู่ในระดับที่จะสามารถเดินหน้าบุกใส่ทุกทีมในทุกเกมที่ลงเล่น บางครั้งความเหนียวแน่นก็เป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการพาทีมยืนในหัวตารางไปตลอดรอดฝั่ง

ตอนนี้ “สิงห์เจ้าท่า” กลับสู่โลกแห่งความจริงแล้วอย่างที่ “เซอร์เด็จ” ได้ให้สัมภาษณ์ไว้หลังเกม … ความพ่ายแพ้ต่อ บียู ครั้งนี้อาจจะเป็นบทเรียนล้ำค่าของท่าเรือฯ สำหรับฤดูกาลอันยาวนานที่เหลืออยู่”

อลงกต เดือนคล้อย
#3 อลงกต เดือนคล้อย (ผู้สื่อข่าวฟุตบอลไทย โกล ประเทศไทย)
“สรรวัชญ์ เดชมิตร, ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด และ สภาพจิตใจ คือข้อแตกต่างของสองทีมร่วมเมืองหลวง ที่จบลงด้วยชัยชนะของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

รูปเกมของนัดนี้ออกมาในลักษณะที่ต่างฝ่ายต่างต้องการเปิดเกมรุก สยบคู่แข่ง เพื่อหวังเอาชนะให้ได้ หลังจากพลาดท่าแพ้คู่แข่งมาทั้งคู่ ในแมตช์ที่แล้ว เพียงแต่ว่า “พลพรรคแข้งเทพ” สามารถเรียกขวัญกำลังใจ และความมุ่งมั่นกลับมาตามแนวทางเดิมที่ถนัดคือ การเล่นเกมรุก ได้ดีกว่าเจ้าบ้าน ที่ดูเหมือนยังจะเสียความมั่นใจไปโขจากการแพ้ โปลิศ เทโร

จังหวะการเข้าทำในของทั้งสองทีม ตลอด 90 นาที ต้องบอกว่ามีไม่น้อยกว่ากัน เผลอๆว่า ท่าเรือ อาจจะมีจังหวะจบมากกว่าด้วยซ้ำ แต่ก็นั้นแหละ ด้วยความมั่นใจที่ขาดหายไป ทำให้จังหวะต่างๆที่เคยกล้าเล่น หรือทำได้ ดูขาดๆเกินๆไปหมด

ผิดกับบียู เกมนี้พวกเขาเล่นได้ตามแท็คติก, ครองเกมได้ และเกมรับดันกดสูตรติดเหนียวแน่นขึ้นมามาก ส่วนเกมรุก บอลไม่กี่จังหวะที่ผมได้จบ พวกเขาสามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้

และที่ต้องให้เครดิตมากพอสมควร คงเป็น 2 คีย์แมนอย่าง สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่ใช้การพาสบอลสั้นและยาว สร้างประโยชน์ให้ได้มากมาย จนแดนกลางการท่าเรือฯ เสียการคอนโทรลไปเลย

สรรวัชญ์ ไม่ใช่นักเตะที่ใช้จังหวะมากนัก แต่ทุกๆครั้งที่เลือกจ่ายแบบกล้าได้กล้าเสีย เขาทำได้ดีเสมอ โดยเฉพาะประตู 2-0 ที่ได้มาเร็ว มาจากการจ่ายทะลุช่องจนทำให้ ร็อบสัน หลุดเดี่ยวไปยิง ประตูดังกล่าวยังส่งผลให้จิตใจและความมั่นใจของนักเตะท่าเรือ ฝ่อลงไปอีก

ส่วน ฟาลเคสการ์ด ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมา เขาถูกวิจารณ์พอสมควร ในฐานะประตูต่างชาติที่ไม่ได้มีฝีมือหนีกับคนไทยมากนัก และยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมา แต่ในเกมนี้ที่ต้องมาเยือนสนามที่มีความกดดันสูง เขาได้แสดงให้เห็นถึงการมีสมาธิ และความสามารถที่มีอยู่ในตัวนายด่านที่อิมพอร์ทจากยุโรปรายนี้

ความจริงอย่างน้อยที่สุด การท่าเรือ ควรต้องได้ไม่ต่ำกว่า 2-3 ประตู หากไม่ถูกปฏิเสธแบบเหลือเชื่อจากซูเปอร์เซฟของเขา ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด… ทำให้แมตช์นี้กลายเป็น เฟอรเฟคเกมของ บียู ที่สามารถเกมเยือนจากคู่แข่งหัวตาราง และเก็บคลีนชีตได้เป็นครั้งแรก ส่วนท่าเรือ นี่มันเป็นฝันร้ายของพวกเขาชัดๆ ที่ต้องแพ้ บียู อีกคำรบ”